คล็อปป์ไม่โทษ กล่าวยอมรับว่าตนไม่โทษ อาเดรียน ทำลิเวอร์พูลร่วงผู้รักษาประตูชาวสแปนิช

คล็อปป์ไม่โทษ
คล็อปป์ไม่โทษ ผจก.ทีมและกุนซือ ลิเวอร์พูล เปิดใจหลังทีมพ่ายตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ว่าตนไม่โทษใคร แม้แต่ อาเดรียน แม้เจ้าตัวจะเล่นพลาดไปหน่อย แต่ยอมรับว่า มันเป็นอะไรที่มีผลกระทบกับอย่างมากทีเดียวเจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ทีมดังในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวยอมรับว่าตนไม่โทษ อาเดรียน ผู้รักษาประตูชาวสแปนิชของเขาแต่อย่างใด หลังจากที่ อาเดรียน เล่นพลาดอย่างแรง จนทำให้ทีมต้องเสียประตู ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ที่ "หงส์แดง" เป็นฝ่ายพ่ายแพ้หมดรูปให้กับ แอตเลติโก มาดริด 2-3 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ เมื่อคืนวันพุธที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา

คล็อปป์ไม่โทษ ในตอนแรกดูเหมือนว่าเกมกำลังเข้าทาง ลิเวอร์พูล แต่แล้วในช่วงต่อเวลาพิเศษ พวกเขาก็มาได้ประตูจากลูกยิงของ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ในนาทีที่ 94 ทำให้สกอร์ในเกมนำห่างไป

2-0 ส่วนสกอร์รวม 2 นัดขึ้นนำ 2-1 และในอีก 3 นาทีต่อมา อาเดรียน ก็เปิดบอลพลาดไปเข้าทาง ชูเอา เฟลิกซ์ ก่อนที่เขาจะผ่านบอลให้ มาร์กอส ยอเรนเต้ ทำประตูได้อย่างสวยงาม จนทำให้สกอร์รวมเป็นเสมอกัน 2-2 แต่ตามกฎประตูทีมเยือน ทำให้ แอต มาดริด ได้เปรียบชนะไปเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ลิเวอร์พูล ก็ไม่มีทางเลือก นอกจากจำเป็นต้องเปิดเกมบุกอย่างเต็มที่ ซึ่งกลับทำให้ แอต. มาดริด มีพื้นที่เล่นมากขึ้น ก่อนที่ทีมเยือนจะมาได้อีก 2 ประตู ซึ่งทำให้หลายคนมองว่าถ้า อาเดรียน ไม่ทำพลาดแล้วล่ะก็ ลิเวอร์พูล ก็อาจจะชนะ และได้เข้ารอบก็ได้

Share This Post

Share on facebook
Share on linkedin
Share on twitter
Share on email

คล็อปป์ไม่โทษ  ผจก.ทีมและกุนซือ ลิเวอร์พูล เปิดใจหลังทีมพ่ายตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ว่าตนไม่โทษใคร แม้แต่ อาเดรียน แม้เจ้าตัวจะเล่นพลาดไปหน่อย แต่ยอมรับว่า มันเป็นอะไรที่มีผลกระทบกับอย่างมากทีเดียวเจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ทีมดังในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวยอมรับว่าตนไม่โทษ อาเดรียน ผู้รักษาประตูชาวสแปนิชของเขาแต่อย่างใด หลังจากที่ อาเดรียน เล่นพลาดอย่างแรง จนทำให้ทีมต้องเสียประตู ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ที่ “หงส์แดง” เป็นฝ่ายพ่ายแพ้หมดรูปให้กับ แอตเลติโก มาดริด 2-3 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ เมื่อคืนวันพุธที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา

คล็อปป์ไม่โทษ ในตอนแรกดูเหมือนว่าเกมกำลังเข้าทาง ลิเวอร์พูล แต่แล้วในช่วงต่อเวลาพิเศษ พวกเขาก็มาได้ประตูจากลูกยิงของ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ในนาทีที่ 94 ทำให้สกอร์ในเกมนำห่างไป

2-0 ส่วนสกอร์รวม 2 นัดขึ้นนำ 2-1 และในอีก 3 นาทีต่อมา อาเดรียน ก็เปิดบอลพลาดไปเข้าทาง ชูเอา เฟลิกซ์ ก่อนที่เขาจะผ่านบอลให้ มาร์กอส ยอเรนเต้ ทำประตูได้อย่างสวยงาม จนทำให้สกอร์รวมเป็นเสมอกัน 2-2 แต่ตามกฎประตูทีมเยือน ทำให้ แอต มาดริด ได้เปรียบชนะไปเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ลิเวอร์พูล ก็ไม่มีทางเลือก นอกจากจำเป็นต้องเปิดเกมบุกอย่างเต็มที่ ซึ่งกลับทำให้ แอต. มาดริด มีพื้นที่เล่นมากขึ้น ก่อนที่ทีมเยือนจะมาได้อีก 2 ประตู ซึ่งทำให้หลายคนมองว่าถ้า อาเดรียน ไม่ทำพลาดแล้วล่ะก็ ลิเวอร์พูล ก็อาจจะชนะ และได้เข้ารอบก็ได้

คล็อปป์ เปิดอกว่า “เขาโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว และจะไม่โทษเขาเลย ผมไม่รู้หรอกนะว่าพวกสื่อ จะคิดอย่างไร หรือจะทำอะไร แต่มันควรให้ความเคารพเขาด้วย ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ ใช่ไหม””ที่จริงแล้วเขาไม่อยากทำพลาดหรอก ก่อนหน้านี้เขาก็ได้ช่วยเราเอาไว้ได้หลายต่อหลายครั้ง นับตั้งแต่ที่มาอยู่กับลิเวอร์พูล เขาก็โชว์ฟอร์มได้สุดยอดมาแล้ว ประตูนั้นมันไม่ได้ช่วยเราก็จริง แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว ก็เหมือนที่ผมพูดนั่นแหละว่าถ้าเราแพ้ มันก็จะมาจากหลายๆ เหตุผลอยู่เหมือนกัน” “มันไม่ใช่จังหวะที่ทำให้เราแพ้ก็จริง แต่มันก็มีผลเสียอย่างมาก ผู้คนจะตัดสินว่าคุณเป็นคนยังไง แต่เขาน่ะโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว และเขาจะรับมือกับมันได้”

More To Explore

เดวิด มอยส์ แอบเหล่
ข่าวฟุตบอล

เดวิด มอยส์ แอบเหล่ กิลมัวร์ ดาวรุ่งเชลซี ทันทีแบบไม่คิด

เดวิด มอยส์ แอบเหล่ กุนซือของเวสต์แฮม ชาวสก็อตแลนด์ แอบเหล่ดูฟอร์มของดาวรุ่งเชลซี อย่าง บิลลี่ กิลมัวร์ กองกลางชาวสก็อตแลนด์ ที่ดูแล้วจะไม่ค่อยได้รับโอกาสในทีมเชลซีเท่าทีควร เลยคิดหาหนทางจะดึงตัวมาปลุกปั้นยังถิ่น ลอนดอน สเตเดี่ยม ในซีซั่นหน้าบิลลี่ กิลมัวร์ ตกอยู่ในสถานการณ์ทีเริ่มอยากลำบากในฐานนะนักเตะอาชีพนับตั้งแต่แรก หลังมีโอกาสลงสนามให้เชลซีไปเพียงแค่ 7  นัดเท่านั้น รวมเวลที่ลงสนามไปแค่ 461 นาที ซึ่งจากจุดนี้ดูแล้วเป็นสิ่งที่ยากลำบากบากอย่างมากที่ ดาวรุ่งวัย 18 ปีรายนี้ จะเบียดแย่งในตำแหน่งกองกลางของทีมที่เต็มไปด้วยเหล่ากองกลางระดับท็อปของทีม

เดวิด มอยส์ แอบเหล่ จากจุดนี้ เดวิด มอยส์ กุนซือชาวสก็อตแลนด์ ซึ่งเป็นชาติเดียวกับ บิลลี่ กิลมัวร์ ก็หวังจะใช้โอกาสนี้สานสัมพันธ์ในการดึงตัวมาร่วมทัพให้ได้

เพราะก็ชื่นชอบฝีเท้าของกองกลางรายนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย“ถ้าให้ผมนึกถึงนักเตะชาวสก็อตคนหนึ่งในเวลานี้ และถ้ามันเป็นไปได้ที่จะสามารถเซ็นสัญญาได้ในวันพรุ่งนี้ ผมจะมองไปที่ บิลลี่ กิลมัวร์ ทันทีแบบไม่คิดและจะรีบสอบถามไปยังเชลซีเช่นกัน ” มอยส์ กล่าว“ เขาดูเป็นมืออาชีพมากๆ ทั้งที่วัยเขาเพียง 18 ปี เท่านั้น เขาดูมุ่งมั่นและกระหายที่จะเล่นในสิ่งที่เขาหลงไหลอย่างเกมฟุตบอลบิลลี่ กิลมัวร์  กองกลางทีมชาติสก็อตแลนด์ 21 ปี หลังได้ลงสนามในฐานะนักเตะอาชีพเป็นนัดแรกในฤดูกาลนี้ไปแล้วในถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ ซึ่งได้รับการชื่นชมอย่างมากจากการลงสนามนัดแรกมอยส์ มองอดีตผู้เล่นเยาวชนของเรนเจอร์

แดนนี่ โรส วิจารณ์แผน
ข่าวฟุตบอล

แดนนี่ โรส วิจารณ์แผน รีสตาทร์ ของพรีเมียร์ลีกการกลับมาของ

แดนนี่ โรส วิจารณ์แผน อดีกฟูลแบ็กทีมชาติอังกฤษของสโมสรท็อตแนม ฮอต สเปอร์ ที่ถูกยืมตัวไปยัง นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ได้ออกมาวิพากวิจารณ์การกลับมาแข่งขันกันต่อของศึกพรีเมียร์ลีกอักกฤษที่จะกลับมาแข่งกันอีกครั้งในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า ในประเทศอังกฤษที่ยังดูไม่ค่อยน่าไว้ใจ เจ้าหน้าที่ของสโมสรในศึกพรีเมียร์เตรียมเข้าประชุมกันในวันจันทร์นี้เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับแนวทาง “การกลับมาทำการแข่งขันกันใหม่ให้จบฤดูกาล” ข่าวบอล ซึ่งจะเริ่มการแข่งขันในวันที่ 12 มิถุนายนนี้โดยที่ยอดตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า หรือโควิท-19 ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2020 มีผู้เสียชีวิต 32 ราย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 32,065 คนในสหราชอาณาจักร“

แดนนี่ โรส วิจารณ์แผน ฟุตบอลไม่ควรถูกพูดถึงในเวลานี้จนกว่า การระบาดของไวรัสโคโรน่าจะหมดลงไป”  แดนนี่โรส  กล่าว”ชีวิตของผู้คนตกอยู่ในความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา

สถานการณ์แบบนี้”ทางด้าน BBC สื่อกีฬาชื่อดังในอังกฤษ ได้สอบถามไปยัง Professional Footballers Association เกี่ยวกับความคิดเห็นในการที่จะกลับมาแข่งขันกันต่อของพรีเมียร์ลีก และก็ได้ความคิดเห็นออกมาไปในส่วนตัวของนักเตะรายอื่นๆที่ยังกังวลในเรื่องนี้เช่นกันนายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน Sadiq Khan ก็ออกมากล่าวไปในทิศทางเดียวกับนักเตะหลายๆคนว่า “มันยังเป็นอะไรที่เร็วเกินไปอย่างมากในเรื่องของกีฬา ไม่ใช่แค่ว่าฟุตบอลแต่มันรวมถึงทุกกีฬาในประเทศ”ในขณะเดียวกันข้อมูลใหม่จาก YouGov พบว่า 73% ของชาวอังกฤษ จากจำนวน 2,098 คนที่ทำการสำรวจ พบว่าการกลับมาแข่งขันกันต่อของพรีเมียร์ลีกไม่ได้ช่วยสร้างขวัญกำลังใจของพวกเขา มีเพียงแค่ 27 % เท่านั้นที่ รู้สึกว่าจะทำให้บรรยากาศดูผ่อนครายลงไป