บทสรุปจะเป็นอย่างไร พรีเมียร์ลีก ลีกลูกหนังอันดับหนึ่งของโลกก็ได้เลื่อนการแข่งขัน

บทสรุปจะเป็นอย่างไร
บทสรุปจะเป็นอย่างไร ท่ามกลางกระแสการระบาดอย่างหนักของ "โควิด-19" ที่กำลังปั่นป่วนวงการลูกหนังในยุโรป จนทำให้ต้องยุติการแข่งไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น พรีเมียร์ลีก ลีกลูกหนังอันดับหนึ่งของโลก ก็ได้เลื่อนการแข่งขันออกไปในวันที่ 4 เมษายนนี้ หลัง มีทั้งนักเตะและผู้จัดการทีม ติดเชื้อมรณะดังกล่าวกันหลายราย รวมถึงทีมงานสตาฟฟ์โค้ชหลายสโมสรก็สุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อ "โควิด-19"ถ้ามองความเป็นจริงและประเมินสถานการณ์จากหลายฝ่ายแล้ว "โควิด-19" น่าจะระบาดต่อไปอีกอย่างน้อย ๆ 2-3 เดือน ซึ่งแทบจะไม่มีทางเลยที่เกมจะกลับมาฟาดแข้งกันอีกครั้ง แม้จะแข่งแบบปิดก็ได้ ซึ่งเป็นความคิดของบางคน

บทสรุปจะเป็นอย่างไร แต่กระนั้นมันก็เป็นเรื่องยากอยู่ดี ถ้านักฟุตบอลติดเชื้อมันก็มีโอกาสสูงมากที่จะแพร่สู่ผู้เล่นคนอื่น ๆ ดังที่

เอวา การ์เนโร อดีตแพทย์สนามของ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ออกมาให้ความเห็นว่า เป็นเพราะนักกีฬาต้องใช้กำลังกายอย่างหนัก จึงเป็นปัจจัยทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง และร่างกายอ่อนแอส่วนบรรดากูรูลูกหนังของอังกฤษ เสียงแตกออกเป็น 2 ฝั่ง โดยหลัก ๆ แล้วทาง อลัน เชียเรอร์ ตำนานกองหน้า "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด, โทนี อดัมส์ อดีตกัปตันทีม "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล รวมถึง พอล เมอร์สัน ก็ออกมาพูดในทำนองที่ว่า ฤดูกาลนี้ควรตัดให้จบลง และเป็นโมฆะ ให้ไปเริ่มกันใหม่ในฤดูกาลหน้าแต่ฝั่งที่ไม่เห็นด้วยหลัก ๆ แล้วประกอบไปด้วยฝ่ายลิเวอร์พูล อย่างเช่น เจมี คาร์ราเกอร์ ตำนานกองหลัง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล, เคนนี ดัลกลิช อดีตผู้เล่นและกุนซือระดับตำนานของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล, จอห์น อัลดริดจ์ อดีตกองหน้า "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล, มาร์ติน คีโอว์น กองหลังระดับตำนานแห่งค่าย "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล รวมถึง กอร์ดอน เทย์เลอร์ ประธานสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ)

Share This Post

Share on facebook
Share on linkedin
Share on twitter
Share on email

บทสรุปจะเป็นอย่างไร ท่ามกลางกระแสการระบาดอย่างหนักของ “โควิด-19” ที่กำลังปั่นป่วนวงการลูกหนังในยุโรป จนทำให้ต้องยุติการแข่งไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น พรีเมียร์ลีก ลีกลูกหนังอันดับหนึ่งของโลก ก็ได้เลื่อนการแข่งขันออกไปในวันที่ 4 เมษายนนี้ หลัง มีทั้งนักเตะและผู้จัดการทีม ติดเชื้อมรณะดังกล่าวกันหลายราย รวมถึงทีมงานสตาฟฟ์โค้ชหลายสโมสรก็สุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อ “โควิด-19″ถ้ามองความเป็นจริงและประเมินสถานการณ์จากหลายฝ่ายแล้ว “โควิด-19” น่าจะระบาดต่อไปอีกอย่างน้อย ๆ 2-3 เดือน ซึ่งแทบจะไม่มีทางเลยที่เกมจะกลับมาฟาดแข้งกันอีกครั้ง แม้จะแข่งแบบปิดก็ได้ ซึ่งเป็นความคิดของบางคน

บทสรุปจะเป็นอย่างไร แต่กระนั้นมันก็เป็นเรื่องยากอยู่ดี ถ้านักฟุตบอลติดเชื้อมันก็มีโอกาสสูงมากที่จะแพร่สู่ผู้เล่นคนอื่น ๆ ดังที่

เอวา การ์เนโร อดีตแพทย์สนามของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ออกมาให้ความเห็นว่า เป็นเพราะนักกีฬาต้องใช้กำลังกายอย่างหนัก จึงเป็นปัจจัยทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง และร่างกายอ่อนแอส่วนบรรดากูรูลูกหนังของอังกฤษ เสียงแตกออกเป็น 2 ฝั่ง โดยหลัก ๆ แล้วทาง อลัน เชียเรอร์ ตำนานกองหน้า “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด, โทนี อดัมส์ อดีตกัปตันทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล รวมถึง พอล เมอร์สัน ก็ออกมาพูดในทำนองที่ว่า ฤดูกาลนี้ควรตัดให้จบลง และเป็นโมฆะ ให้ไปเริ่มกันใหม่ในฤดูกาลหน้าแต่ฝั่งที่ไม่เห็นด้วยหลัก ๆ แล้วประกอบไปด้วยฝ่ายลิเวอร์พูล อย่างเช่น เจมี คาร์ราเกอร์ ตำนานกองหลัง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล, เคนนี ดัลกลิช อดีตผู้เล่นและกุนซือระดับตำนานของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล, จอห์น อัลดริดจ์ อดีตกองหน้า “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล, มาร์ติน คีโอว์น กองหลังระดับตำนานแห่งค่าย “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล รวมถึง กอร์ดอน เทย์เลอร์ ประธานสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ)

ซึ่งกลุ่มหลังนี้ให้ความเห็นว่า ไม่ควรยกเลิก แต่ควรมอบตำแหน่งแชมป์ให้กับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ไปเลยเนื่องจากทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมไร้เทียมทาน เนื่องจากเก็บคะแนนไปได้ถึง 82 คะแนน จาก 29 นัดทีนี้ลองมาดูความคิดเห็นของแฟนบอลกันบ้าง หลังจากที่ สกาย สปอร์ต นิวส์ ได้พาดหัวประเด็นร้อนดังกล่าวว่านี้ ว่าท้ายสุดแล้ว พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ไม่สามารถแข่งต่อได้อีกจะทำอย่างไร ทั้งนี้มีแฟนบอลกว่าครึ่ง หรือมากถึง 52% บอกว่าควรถูกยกเลิก ขณะที่อีก 27% บอกว่าควรตัดจบและยึดอันดับล่าสุดตารางคะแนนตอนนี้ ส่วนที่เหลืออีก 21% บอกว่า ยกแชมป์ให้กับ ลิเวอร์พูล ไป และไม่ต้องทีมที่รอตกชั้นเอาเป็นว่าไม่ว่าผลการตัดสินใจจะออกมาอย่างไร ก็จะมีทีมที่ได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน และหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่มันอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทีมแชมป์ และทีมที่กำลังลุ้นโควตายุโรปอยู่อย่าง ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และ ยูโรปาลีก รวมถึงทีมตกชั้น

More To Explore

Bayern Munich เตรียม
ข่าวฟุตบอล

Bayern Munich เตรียม เรียกนักเตะซ้อมวันจันทร์นี้แม้ว่าการณ์

Bayern Munich เตรียม แม้ว่าสถานการณ์ไวรัสในเยอรมัน ยังไม่ดีขึ้นแต่ สโมสรบาเยิร์นมิวนิคเ ตรียมที่จะเรียกผู้เล่นทั้งหมดกลับมาซ้อมในวันจันทร์นี้ แม้ว่าสถานการณ์การแข่งขันในเกมที่เหลือ จะยังไม่มี โปรแกรมที่ชัดเจน ซึ่งรายงานข่าวจากสโมสรบาเยิร์นมิวนิคระบุว่า โปรแกรมการซ้อมนั้นจะมีการตรวจเข้ม ตามมาตรการเฝ้าระวังป้องกันไวรัสอย่างน้อย ก็จะมีการตรวจวัดไข้ของนักเตะ และแบ่งการซ้อมออกเป็นกลุ่ม มีการเว้นระยะห่างตามมาตรการ โดยจะจัดโปรแกรมฝึกซ้อมใหม่ให้เหมาะสม ซึ่งแหล่งข่าวยังไม่ได้ระบุถึงรายชื่อนักเตะ ที่จะกลับมาฝึกซ้อมแต่สโมสรมองว่าหากปล่อยให้นักเตะซ้อมเองที่บ้าน อาจจะได้ความฟิตกันไม่เต็มร้อย และเพื่อเป็นการลดความเครียดเพราะนักเตะส่วนใหญ่ก็อยากที่จะลงมาซ้อมในสนามกันมากกว่า

Bayern Munich เตรียม แต่ก็จะต้องมีมาตรการรองรับที่ดีพอ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าบาเยิร์นมิวนิคเป็นทีมใหญ่อาจจะมีมาตรการที่เตรียมพร้อมและน่าจะมีการสอบถามความคิดเห็น

กันในสโมสรแล้ว จึงเรียกนักเตะกลับมาซ้อมโดยก็ต้องดูว่าในวันซ้อมจริงที่เกิดขึ้นนั้นพวกเขามีมาตรการการซ้อมแบบไหน แผนการฝึกซ้อมเป็นอย่างไร และจะมีความเสี่ยงกับการติดเชื้อมากแค่ไหนเ พราะสถานการณ์ไวรัสระบาดในเยอรมันนั้น ตอนนี้มีผู้ติดเชื้อสะสมสูงถึง 9 หมื่นกว่ารายและตัวเลขก็ยังไม่นิ่งทุกๆที่ค่อนข้างจะมีความเสี่ยง ดังนั้นก็ต้องมารอดูกันว่าบาเยิร์นมิวนิคเตรียมความพร้อมในลักษณะไหน มีความปลอดภัยกับนักเตะหรือไม่เพราะแต่ละคนนั้นส่วนใหญ่ก็พักอยู่กับครอบครัวบางรายมีลูกเล็ก ก็จะต้องระมัดระวังกันเป็นพิเศษ หากมีการติดเชื้อจากสนามฝึกซ้อมกลับไป ก็จะส่งผลกระทบถึงครอบครัวและผู้คนรอบข้างอีกด้วย มันอาจจะเป็นการสร้างการแพร่เชื้อให้กลับมาระบาดมากขึ้นกว่าเดิมก็เป็นไปได้ในอีกมุมหนึ่ง ซึ่งนักวิจารณ์บอลหลายคนมองว่าถ้าหากมีการเตรียมพร้อมที่ดีพอ

สรุปสถานการณ์
ข่าวฟุตบอล

สรุปสถานการณ์ Premier League รอบสัปดาห์ก็ยังไม่มีการ

สรุปสถานการณ์ สำหรับสถานการณ์ในตอนนี้อังกฤษ ก็ยังไม่มีการแข่งขันและ ดูแนวโน้มอาจจะกลับมาแข่งขันกันไม่ได้ตามหมายกำหนดการที่เราได้เคยนำเสนอข่าวเอาไว้เพราะในตอนนี้ ทางฝั่งอังกฤษเองสถานการณ์ไวรัสก็ยังไม่เบาบางลงและหลายสโมสรก็มีนโยบายพร้อมมาตรการต่างๆ ออกมารองรับไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของค่าเหนื่อยนักเตะทีมงานลูกจ้างต่างๆ  ในส่วนของนักเตะส่วนใหญ่ก็พักอยู่ที่บ้านพร้อมกันเองรอเวลาที่จะกลับมาแข่งขัน ซึ่งยังมีรายงานข่าวระบุออกมาว่า อาจจะมีการประชุมกันใหม่อีกครั้งเพราะมีข่าวออก มาว่าพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ฟุตบอล ยังไม่ได้บทสรุปว่าจะแข่งขัน กันได้อีกครั้งเมื่อไหร่และจะทำอย่างไรกับเกมที่เหลือ

สรุปสถานการณ์ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบกับทุกสโมสร เพียงแต่จะมากหรือน้อยก็ต้องขึ้นอยู่กับสภาพความพร้อมสถานะทางการเงินของแต่ละทีม

ล่าสุดนั้นดูเหมือนลิเวอร์พูล จะโดนกระหน่ำจากนโยบาย พนักงานลูกจ้างและให้รัฐบาลช่วยเหลือ ในเรื่องของค่าจ้าง ซึ่งหากมองใน แม่ของการบริหารจัดการก็ถือว่า ลิเวอร์พูลชัดเจนในเรื่องของมาตรการที่จะดูแลพนักงาน ในช่วงที่มีไวรัสระบาดแต่หลายฝ่ายก็ไม่เห็นด้วยซึ่งหากมองกันตามความเป็นจริง ในสถานการณ์แบบนี้การเดินทางมาทำงานก็มีความเสี่ยง และพรีเมียร์ลีกเองก็ไม่มีการแข่งขัน ดังนั้น การที่จะให้พนักงานอยู่บ้าน เพื่อลดความเสี่ยงในการ แพร่เชื้อไวรัส ในเมือง Liverpool ได้เหมือนกัน ในส่วนของสโมสรอื่นนั้นแมนเชสเตอร์ซิตี้ก็เปลี่ยนสนามบอลเป็นสถานที่พักของบุคลากร ทางการแพทย์ตามที่เราได้เสนอข่าวไป ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีข่าวความคืบหน้า จากฝั่งสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้รวมถึงทีมร่วมเมืองอย่างสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดด้วยส่วนสโมสรอื่นๆก็ให้นักเตะถูกซ้อมอยู่บ้าน